โครงการสร้างผู้ประกอบการรุ่นใหม่ : Young Business Owner Projects

Young Business Owner Projects

:lol: ในโลกแห่งความเป็นจริง ทุกชีวิตวันนี้ต้องต่อสู้ดิ้นรน ตั้งหน้าทำมาหากิน วันแล้ว วันเล่า จนบางครั้งแทบไม่มีเวลาพักผ่อน  แม้กระทั่งเวลาให้กับครอบครัว  ให้กับคนที่เรารักก็ยังไม่มี    คุณเคยถามตัวเองบ้างไหมทุกวันนี้ คุณทำงานหนักเพื่ออะไร  และทำเพื่อใคร    และใครบ้างที่รอคอยความสำเร็จของคุณ…พ่อ แม่   ภรรยา   ลูก  และคนที่คุณรัก ใช่ไหม? ความสำเร็จของคุณวัดด้วยอะไร  ..ความสำเร็จที่จับต้องได้ วัดด้วยอะไร  คุณคงปฏิเสธไม่ได้ใช่ไหม ว่าความสำเร็จของคุณที่จับต้องได้ มีบ้าน  มีรถ ทุนการศึกษาลูก…และความสำเร็จที่ว่านี้ควรจะมีมูลค่าเท่าไร คุณอยากมีเงินเก็บเยอะๆ ใช่ไหม อยากมีบ้านหลังใหญ่ใช่ไหม อยากมีรถราคาแพงใช่ไหม…

:lol: สมมุติว่า ความสำเร็จของคุณคิดเป็นมูลค่า  20 ล้าน บาท  แบ่งเป็นเงินเก็บ 10  ล้านบาท  บ้าน 5 ล้านบาท รถ 3  ล้าน บาท ทุนการศึกษาลูก 2 ล้านบาท

:roll: มาดูชีวิตจริงของคุณ  ถ้าวันนี้คุณมีรายได้ จากงานประจำเดือนละ 20,000 บาท คุณเก็บเงินเดือนละ 10,000 บาท  ภายใน 1 ปี คุณเก็บเงินได้ 120,000 บาท และถ้าคุณทำอย่างนี้ติดต่อกัน 10 ปี  คุณเก็บเงินได้ 120,000 บาท  หากคุณมีอายุถึง 100 ปี คุณสามารถ เก็บเงินได้ เพียง 12 ล้านบาทเท่านั้น ถ้าคุณต้องการเก็บเงินให้ได้ 20 ล้านบาทจริง ๆ  คุณต้องใช้เวลา 160 ปี หากคุณอยู่ถึง 160 ปี คุณก็ประสบความสำเร็จตามที่คุณตั้งไว้ แต่ความเป็นจริง เป็นไปไม่ได้….

:roll: จากตัวอย่างที่ผมกล่าวมา ให้คุณถามตัวเองว่า  งานที่คุณกำลังทำอยู่ มันตอบสนองคุณได้มั๊ย  ผมไม่ได้ให้คุณลาออกจากงาน หรือดูถูกงานที่คุณกำลังทำอยู่  งานที่คุณทำอยู่เป็นงานที่ดีที่สุด  เพราะผมก็ทำงานประจำอยู่เหมือนกัน  งานประจำเป็นงานที่ คุณ และ ผม ได้ใช้ความสามารถ  นำความรู้ที่เรียนมา สอบคัดเลือกเพื่อเข้าทำงาน ตามที่ตนใฝ่ฝัน  แต่เมื่อได้ทำงานแล้ว  รายได้ที่ได้รับไม่พอกับรายจ่าย  ทีนี้จะทำยังไง… แต่ถ้าคุณพอใจกับรายได้ที่เป็นอยู่  คุณก็ทนอยู่ไปอย่างนี้ ชีวิตของคุณก็มีความสุขเหมือนกัน  แต่ถ้าคุณยังไม่พอใจกับรายได้ที่เป็นอยู่  คุณต้องหาวิธีที่จะทำให้ตัวเองหลุดพ้นจุดนี้  นั่นหมายถึง คุณต้องหาวิธีสร้างรายเพิ่มให้ได้  เพื่อความสุขของคุณในอนาคต…

. :roll: มาดูความเป็นอยู่คน 2 กลุ่ม (ดูตารางข้างล่าง) กลุ่ม A ด้านซ้ายมือ มีชีวิตความเป็นอยู่ที่แสนสบาย มีบ้านหลังใหญ่ ในทำเลที่มีบรรยากาศดี มีรถหรูขับ มีเงินเก็บมากมายชาตินี้ก็ใช้ไม่หมด  ส่วนชีวิตคนกลุ่ม B ด้านขวามือ   ชีวิตความเป็นอยู่แตกต่างกับคนกลุ่ม A โดยสิ้นเชิง มีแค่บ้านทาวเฮ้าส์อยู่กันอย่างแออัด ชีวิตเหมือนถูกขัง บ้านใช้เป็นที่หลับนอนอย่างเดียว  อยากมีรถสักคันก็ต้องเก็บเงินดาวน์ให้ได้ก่อน หลังจากนั้น ผ่อนส่ง กว่าจนจะผ่อนหมดรถพังพอดี อยากมีเงินเก็บแต่ก็ต้องหยดกระปุกกว่าจะได้เงินสักก้อน  ออมแล้วออมอีก จนไม่มีแรงทำงาน หมดกำลังใจเมื่อนับเงินที่เก็บมาได้ ปีแล้ว ปีเล่าก็ยังเก็บไม่ได้ตามที่ต้องการสักที..จนทำให้ไม่กล้าที่จะฝันอะไร…เพราะคิดว่า “มันเป็นไปไม่ได้เด็ดขาด” ความคิดนี้จึงเป็นมรดกตกทอดถึงลูกถึงหลาน

:roll: ชีวิตจริงของคุณ ตอนนี้คุณเป็นคนกลุ่ม A หรือ คนกลุ่ม B สำหรับผมตอนนี้ยังเป็นคนกลุ่ม B แต่ผมมีความฝันที่จะเป็นคนกลุ่ม A ให้ได้ ถ้าคุณเป็นคนกลุ่ม A อยู่แล้ว   ผมขอแสดงความยินดีด้วย แต่ถ้าคุณยังเป็นคนกลุ่ม B เหมือนกับผม  ให้คุณมองดูตัวเองในกระจกแล้ว จ้องมองคนที่อยู่ในกระจกบานนั้น  แล้วถามเขาตรง ๆ  ว่า  “คุณอยากจะเป็นคนกลุ่ม A หรือ กลุ่ม B คำตอบ ผมคิดว่าเขาอยากเป็นคนกลุ่ม A แน่นอน…

:roll: เมื่อคุณตัดสินใจเป็นคนกลุ่ม A แล้ว คุณจะทำอย่างไรต่อไป  เพื่อให้มีชีวิตเหมือนคนกลุ่ม A โดยสมบูรณ์  คำแนะนำจากผมก็คือ คุณต้องมีเครื่องมือช่วยทำงาน…ยกตัวอย่างถ้าคุณมีเครื่องสร้างรายได้เดือนละ 1 หมื่นบาท  คุณก็มีรายได้เดือนละ 1 หมื่นบาท  แต่ถ้าคุณเครื่องมือสร้างรายได้เดือนละ 1 ล้านบาท คุณก็จะมีรายได้เดือนละ 1 ล้านบาท   เขียนเป็นสมการได้ว่า  ความขยันมุ่งมั่น + ความอดทน + เครื่องมือที่ถูกต้อง = รวย

:roll: งานเป็นเครื่องมือสร้างชีวิต ..แต่คุณภาพชีวิตขึ้นอยู่กับงาน และเครื่องมือที่ทำ  งานที่ทำจะดีหรือไม่ขึ้นอยู่กับจังหวะ ถ้าคุณเลือกงานที่ถูกจังและเวลา จะทำให้คุณสามารถย่นระยะเวลาได้เร็วขึ้น  เพราะเวลากำลังผ่านไปเรื่อย ๆ คุณต้องหาเครื่องมืออะไรก็ได้ที่ทำให้คุณสำเร็จเร็วขึ้น

:roll: ชีวิตไม่ใช่ของเล่น หรือเป็นของทดลอง เพราะเวลามันหมดไปเรื่อย ๆ  ในที่สุดก็หมดไปจริง ๆ  บางคนคิดได้เมื่อเวลาใกล้จะหมดแล้ว มาถึงตอนนั้น คุณไม่สามารถทำอะไรได้อีกแล้ว ทำได้แค่คิด…อย่าให้เป็นแบบนี้นะครับ..เมื่อมีโอกาสก็ควรเริ่มเลยนะครับ อย่ามีเป้าหมายเป็นเพียงตัวหนังสือ…เพื่อความเตือนจำเท่านั้น..จงเปลี่ยนการบันทึกเป้าหมายมาเป็นการกระทำ และลงมือทันที จะทำให้เป้าหมายของคุณเป็นจริงได้..

:roll: เครื่องมือสร้างรายได้  ที่ผมกำลัง บอกคุณ..นั่นก็คือ..การสร้างรายได้จาก ธุรกิจเครือข่าย..ซึ่งผมคิดว่าเป็นเครื่องมือสร้างรายได้ที่ดีที่สุดในขณะนี้  คุณอย่าเพิ่งปฏิเสธ จนกว่าคุณจะรู้ความจริง ว่าเป็นอย่างไร…

:roll: ทำไมต้องเป็นธุรกิจเครือข่าย  ธุรกิจเครือข่ายเป็นธุรกิจเฟรนไชส์  ที่ไม่มีค่าเฟรนไชส์  ต่างกับเซเว่น-อิเลเว่น, เคเอฟซี  ซุปเปอร์มาร์คเก็ตต่าง ๆ ซึ่งธุรกิจเหล่านั้นมีค่าเฟรนไชส์แพงมาก ส่วนการทำธุรกิจเครือข่ายคุณคือ เจ้าของธุรกิจ

.>>>ลงชื่อรับข้อมูลฟรี..คลิ๊กที่นี่..!!!

Read the rest of this entry »

……..สวัสดีครับ…วันนี้ผมจะบอกความลับ เรื่องการทำซ้ำ สู่ความสำเร็จได้อย่างไร อย่าลืมว่า เป้าหมายของการทำธุรกิจ คือ การสร้างรายได้ หรือกำไร แต่วิธีการที่จะทำกำไรได้นั้น ทำอย่างไร  ถ้าผมจะบอกว่าให้คุณไปขายสินค้า คุณคงไม่ชอบใช่มั๊ย..ผมก็เหมือนกัน  ไม่ชอบการขาย  หลายคนก็คงเป็นเหมือนอย่างผม

.……แต่ถ้าให้คุณลองใช้สินค้า..เพื่อให้เกิดความประทับใจในสินค้านั้น ๆ แล้วบอกความประทับใจจากการใช้สินค้าให้คนที่คุณรู้จักทราบ คุณไม่ต้องบอกให้เขาซื้อ…คุณแค่บอกความประทับใจเท่านั้น  หากเขาสนใจสินค้าเขาจะถามคุณเอง  แต่ถ้าเขาเห็นความเปลี่ยนแปลงในตัวคุณ รับรองว่า เขาถามคุณแน่   ว่าคุณใช้สินค้าอะไร , ซื้อได้ที่ไหน , ราคาเท่าไร …ที่นี้คุณเป็นฝ่ายตอบคำถามอย่างเดียว…ผมขอย้ำคุณต้องพูดสรรพคุณ ตามความเป็นจริงเท่านั้น..ไม่ต้องเสริมแต่ง หรือเชิญชวนมากจนเกินไป จนทำให้เขารู้สึกรำคาญ  พูดน้อย ๆ  ก็พอ แต่ฝากให้คิด ผมมั่นใจว่าหากเขาพร้อมจะซื้อเขาต้องซื้อกับคุณแน่นอน…

.……เมื่อเขาตัดสินใจซื้อสินค้าจากคุณ   ให้คุณติดตามผลการสินค้าที่คุณแนะนำ  ว่าผลจากการใช้เป็นอย่างไรบ้าง เป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดี หากเขาประทับใจสินค้าโอกาสที่เขา เข้าร่วมธุรกิจกับคุณง่ายมากเพราะเขาต้องใช้สินค้าอยู่แล้ว คุณสามารถเปิดโอกาสทางธุรกิจได้ทันที หลังจากนั้น ก็แนะนำให้เขาบอกต่อ ทำเหมือนกับคุณทุกประการ  ทำซ้ำ ๆ  อย่างนี้…. ใช้สินค้า  “ใช้ดีแล้วบอกต่อ” คุณคิดว่ายากมั๊ย..

.

>>>ค้นหาสิ่งมหัศจรรย์ในตัวเอง..คลิ๊กที่นี่..!!!

Read the rest of this entry »

………ความเข้าใจเรื่องการตลาดแบบเครือข่าย กับขายตรงหลายคนยังเข้ายังเข้าคลุมเครือ ถ้ามองเรื่องการขายสินค้าเป็นการขายสินค้าโดยตรงกับผู้บริโภค แต่ไม่เหมือนกับการขายตรงอื่น ๆ  เช่น เครื่องสำอางบางยี่ห้อ เครื่องใช้ไฟฟ้า  เสื้อผ้า ที่นอนต่าง ๆ  พนักงานขายนิยมเดินขายตามบ้าน บางยี่ห้อให้ผ่อนรายวัน รายเดือน  ข้อแตกต่างที่เห็นได้ชัด ระหว่างระบบเครือข่าย MLM กับขายตรงธรรมดา คือ พนักงานขายของระบบขายตรงธรรมดานั้น เขาเป็นพนักงานที่ทำงานให้กับบริษัทแม่ พวกเขาไม่ได้เป็นนายของตัวเอง พวกเขาต้องรับคำสั่งของผู้จัดการหรือ นายจ้าง เหมือนกับพนักงานลูกจ้างกินเงินเดือนทั่วไป พวกเขาไม่มีสวัสดิการ และอาจถูกปลดออกจากงานได้ง่าย หากเขาหยุดงานบ่อย  หรือ ทำงานไม่ได้ตามเป้าหมายที่เจ้านายกำหนดไว้

.

…….การตลาดระบบเครือข่าย MLM จะตรงกันข้ามกับระบบขายตรงธรรมดา ผู้จำหน่ายที่อยู่ในระบบMLM จะไม่ใช่พนักงานขาย ที่ถูกบังคับหรือควบคุมโดยผู้จัดการของบริษัท เขาเป็นนายของตัวเอง จะทำเมื่อไหร่ก็ได้ มีอิสรภาพในการทำงาน  สามารถกำหนดเวลาการทำงานด้วยตัวเอง มีอิสรภาพในการตั้งเป้าหมายด้วยตัวคุณเอง  คุณอยากจะหาเงินให้มากหรือน้อย ตามใจชอบ ถ้าคุณต้องการหยุดพักผ่อนสักสามเดือน คุณก็สามารถทำได้ ธุรกิจของคุณก็ยังอยู่..เมื่อคุณพร้อมก็เริ่มต้นกันใหม่ไม่มีใครว่า

.

……..นอกจากนี้สินค้าหรือผลิตภัณฑ์ที่อยู่ในระบบเครือข่าย มีสินค้าหลากหลาย ผู้จำหน่ายสามารถเลือกสินค้าชนิดไหนจำหน่ายให้ผู้บริโภคก็ได้  ตามใจชอบ ดังนั้นจึงทำให้จำหน่ายสินค้าได้ง่ายขึ้น และเป็นสินค้าสำหรับคนทุกชั้นทุกอาชีพ  เสน่ห์อย่างหนึ่งของธุรกิจเครือข่าย ก็คือ การได้สัมผัสกับคนทุกระดับชั้น อย่างเป็นการส่วนตัว และการบริการที่หาไม่ได้ในจากร้านขายของทั่วไป สินค้าส่งตรงถึงบ้านพร้อมทั้งการแนะนำจากผู้จำหน่ายที่มีความเชี่ยวชาญในสินค้านั้น ๆ  และยังมีอีกอย่างที่ทำให้ผมประทับใจมากในธุรกิจเครือข่าย คือ นักธุรกิจ ที่อยู่ในระบบนี้มากจากหลากหลายอาชีพ แต่เมื่อมาทำธุรกิจเหมือนกันทุกคนจะช่วยเหลือเผื่อแผ่ซึ่งกันและกัน  ไม่ว่าวุฒิภาวะต่างกัน  ไม่ว่าฐานะต่างกัน  ทุกคนมีแต่ความจริงใจให้กันและกัน ซึ่งหายากในธุรกิจอื่น…

.

…….การทำธุรกิจระบบเครือข่าย ทำให้ลดค่าใช้จ่ายหลายอย่าง ผู้จำหน่ายส่วนมากทำงานที่บ้าน ตัดค่าเดินทาง ค่าน้ำมัน  ค่าใช้จ่ายเรื่องการตั้งสำนักงาน  หรือ ห้องแสดงสินค้า  ตลอดจนโกดังสต๊อกสินค้า  พวกเขาซื้อผลิตภัณฑ์จากโรงงานโดยตรง และขายถึงลูกค้าโดยตรงไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง หรือ ค้าส่ง ที่ต้องแบ่งกำไรของคุณไป

.

…….จุดเด่นอีกประการคือ ธุรกิจระบบเครือข่าย คือแฟรนไชน์ที่ไม่เสียค่าธรรมเนียมแฟรนไชน์ เมื่อเทียบกับธุรกิจ 7-11 ค่าแฟรนไชน์   1,500,000  บาท  การลงทุนต้องใช้เงิน ประมาณ 5 ล้าน บาท  ซึ่งแตกต่างกันมากกับธุรกิจเครือข่าย นี่คือความจริงบางอย่างเมื่อนำมาเปรียบเทียบกัน ธุรกิจเครือข่ายคุณเป็นเจ้าของธุรกิจคุณไม่ได้เป็นลูกจ้างใคร คุณเป็นเจ้านายของตัวเอง และคุณไม่ได้ทำงานคนเดียว คุณยังได้รับการช่วยเหลือจากอัพไลน์  จามทีมงานทีมงาน Business School ที่อบรมการทำธุรกิจให้ฟรี และยังมีบริษัทแม่ที่ให้การแนะนำในเรื่องต่าง ๆ  ปัญหาทุกอย่างได้รับการแก้ไข…

.

…….ในเรื่องผลตอบแทน หรือรางวัลที่คุณจะได้รับ จะเห็นว่ามากกว่า แฟรนไชน์ที่ประสบความสำเร็จ และพบว่าธุรกิจนี้ใช้เงินลงทุนในการทำธุรกิจน้อยมาก อย่างไม่น่าเชื่อเมื่อเทียบกับผลประโยชน์ที่ได้รับ

.

………สรุป ธุรกิจขายตรงธรรมดาเป็นธุรกิจ ระบบการทำงานแบบนายจ้างลูกจ้าง พนักงานกินเงินเดือนจากบริษัท ส่วนธุรกิจเครือข่าย MLM ระบบการทำงานไม่มีนายจ้างลูกจ้าง คุณเป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจกับบริษัทแม่ คุณเป็นเจ้าของธุรกิจ ข้อได้เปรียบของการตลาดแบบเครือข่าย คุณสามารถตั้งเป้าหมาย และกำหนดเวลาการทำงานเองได้ เป็นธุรกิจอิสระ รายได้ไม่มีขีดจำกัด…แล้วคุณหละมีความคิดเห็นอย่างไรในธุรกิจนี้…คำถาม..ทุกวันนี้คุณพอใจกับรายได้ที่เป็นอยู่หรือไม่ ถ้าเพียงพอแล้วคุณก็ไม่ต้องทำอะไร ขอให้คุณดูแลสุขภาพให้ดีอยู่เสมอ หากคุณไม่พอใจกับรายได้ที่เป็นอยู่ ผมขอให้คุณได้คิดสักนิด..ลองคิดเล่น ๆ ว่าอนาคตข้างหน้าคาดว่าจะอยู่ได้กี่ปี เอาเวลาที่เหลืออยู่มาวางแผนดูว่า ต้องการให้ชีวิตเป็นอย่างไร แล้วลองค้นหาดูว่าทำอย่างไรให้ได้สิ่งที่ต้องการ…หากสนใจที่จะทำธุรกิจเครือข่าย..รับข้อมูลเพิ่มเติม..ที่นี่..

.

>>>ค้นหาสิ่งมหัศจรรย์ในตัวเอง..คลิ๊ก..ที่นี่..!!!

 

………ปัญหายอดฮิตในการทำธุรกิจเครือข่ายมากที่สุด คือการสร้างรายชื่อ ผู้มุ่งหวัง และประการต่อมา คือ ไม่รู้จะสปอนเซอร์ใครดี  และจะเริ่มอย่างไร คำตอบ ก็คือแทบทุกคน ..นักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จได้ให้แนวคิดในการเลือกคนที่จะสปอนเซอร์ ควรพิจารณาเรื่องต่อไปนี้

.1. ความเฉลียวฉลาด หากเป็นคนที่คิดไวเท่าไร ก็ยิ่งทำให้ธุรกิจของคุณก้าวหน้าเร็วขึ้น  และ เป็นสิ่งท้าทายให้คุณมีความกระตือรืนร้นมากขึ้น  ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีสำหรับคุณ

2. ทัศนคติที่ดี ควรเลือกคนที่มองโลกในแง่ดี  ดูจากบุคลิก  การพูดอย่างมีเหตุมีผล  การวางตัว การช่วยเหลือผู้อื่น การเสียสละ  หากคุณได้สนทนากับคนที่มีทัศนคติที่ดี จะทำให้มีคุณมีความรู้สึกสบายใจ รวมทั้งคนรอบข้างด้วย

3. ความกระตือรืนร้น คุณสมบัติข้อนี้สำคัญมาก  จะเห็นว่าคนที่เก่ง  คิดดีทำดี  หากขาดความกระตือรืนร้น ธุรกิจ ก็ไม่ก้าวหน้าเช่นกัน มีข้อสังเกตอีกประการหนึ่งนั่นคือความกระตือรืนร้นเป็นสิ่งที่ติดต่อสู่กันและกันได้ เมื่อตัวคุณเองมีความกระตือรือร้น คนอื่น ๆ ที่อยู่ในองค์กรของคุณ หรือคนรอบข้างก็มีแนวโน้มที่จะกระตือรือร้นไปด้วย

4. ความซื่อสัตย์ ความซื่อสัตย์เป็นสิ่งที่มีค่าในคนทุกคน ซึ่งยากที่จะอธิบาย ความซื่อสัตย์เลียนแบบกันไม่ได้ มันฝังอยู่ในจิตใต้สำนึก จะแสดงออกมาเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม การทำธุรกิจก็เช่นกัน ความซื่อสัตย์ ทำให้คนรอบข้างเชื่อถือ ส่งผลให้มีคนอยากทำธุรกิจร่วมกับคุณมากขึ้น  เพราะเขาคิดว่าเมื่อเขาร่วมธุรกิจกับคุณ  ทำให้เขาสำเร็จได้

.………ให้ระลึกเสมอว่า ในช่วงแรกคุณอาจมองไม่เห็น “คุณสมบัติบางประการ”  ของผู้มุ่งหวัง อย่าเพิ่งเหมาว่าบุคคลเหล่านั้นไม่มีคุณสมบัติดังกล่าว  เขาอาจจะแสดงออกมาภายหลังก็ได้  ดังนั้น จงอย่าด่วนตัดสินใจ  คุณต้องให้โอกาสเขาด้วย คุณสมบัติบางประการของผู้มุ่งหวัง จะออกมาเร็วหากได้รับอิทธิพลจากคุณ ซึ่งคุณต้องมีกลยุทธ์ในการเข้าถึงผู้มุ่งหวัง  จากประสบการณ์ ต้องรู้เขาให้มากที่สุด

.…………นักธุรกิจที่สมัครใหม่ก่อนที่เขาจะตัดสินใจร่วมธุรกิจ กับ คุณ สิ่งแรกที่เขาคาดหวังในตัวคุณคือ เขาปรารถนาที่จะเห็นคุณสมบัติที่ดีในตัวผู้นำของตนเอง  ดังนั้น เมื่อคุณกำลังมองหาผู้อื่นเพื่อที่จะให้การสปอนเซอร์ ก่อนอื่นคุณควรมองหา “คุณสมบัติบางประการ” ในตัวคุณเองก่อน…..

>>>ค้นหาสิ่งมหัศจรรย์ในตัวคุณ.คลิ๊กที่นี่..


……….การทำธุรกิจเครือข่าย  ทุกธุรกิจล้วนแล้วแต่มีคำว่า “ขาย” กับ “สปอนเซอร์”  คำสองคำนี้ คู่กันเสมอ เป็นที่ถกเถียงกันมานานในหมู่ผู้จำหน่าย ระหว่างการขาย กับการสปอนเซอร์ สิ่งไหนสำคัญกว่ากัน

.

………..คนที่ถนัดขาย บอกว่า ธุรกิจจะเกิดขึ้นไม่ได้ถ้าไม่มีการขาย เพราะการขายคือการสร้างรายได้ ส่วนผู้ที่ชอบการสปอนเซอร์ บอกว่า การสปอนเซอร์ก็คือ การค้นหานักขาย มาเข้าร่วมธุรกิจ เพื่อให้ธุรกิจ เกิดการขาย แล้วทำให้ธุรกิจเกิดการขยายตัวขึ้น

.

…………อย่างไรก็ตาม ผมเชื่อว่า วิถีทางที่ถูกต้องนั่นก็คือ จุดกึ่งกลางระหว่างทั้งสอง ฝ่าย ดังนั้นคุณควรทำทั้งสองอย่างควบคู่กันไป ถ้าจะวิเคราะห์การขาย  และการสปอนเซอร์  ว่ามีความแตกต่างอย่างไร พอจะอธิบายได้ดังนี้

.

การขาย : การขายสินค้าแบบขายตรง เมื่อคุณขายก็จะได้กำไรทันที ประมาณ 25- 30 % จากการขายปลีก เมื่อลูกค้าใช้หมดไป คุณต้องมาขายใหม่  แต่ถ้าคุณบริการไม่ดี หรือช้า หากมีนักขายรายอื่น มาเสนอขายในสินค้าที่เหมือนกับสินค้าคุณ และบริการดีกว่า คุณคิกว่า ลูกค้าจะซื้อของใคร..คำตอบเขาต้องซื้อสินค้ากับผู้ที่บริการดีกว่าแน่นอน…และคุณก็เสียโอกาสทันที ซึ่งการขายให้ได้ผลคุณต้องบริการลูกค้าเป็นอย่างดี ถ้าคุณมีลูกค้าเยอะ บางครั้งการบริการ  อาจล่าช้าบ้าง..และคุณก็ต้องใช้เทคนิคในการดูแลลูกค้าเป็นอย่างมาก เพื่อสร้างความประทับใจ ให้มีการซื้อซ้ำ..แล้วรายได้คุณจะได้ต่อเนื่อง

>>>ค้นหาสิ่งมหัศจรรย์ในตัวคุณ..คลิ๊ก..!!!

Read the rest of this entry »

ทำไมพูดเรื่องธุรกิจ คนเดินหนี ?


…….ธรรมชาติของมนุษย์ จะมีความรู้สึกป้องกันตัวเองโดยอัตโนมัติ เมื่อรู้ตัวว่าเป็นรอง หรือ ถูกไล่ล่า บางครั้งเป็นเรื่องที่ยากมากที่จะพูดกับใครสักคนในเรื่องธุรกิจ ทั้ง ๆ  ที่เรามีความตั้งใจ ที่จะเปิดโอกาสให้เขาได้พบกับชีวิตใหม่ แต่ทำไมเขาจึงปิดกั้นตัวเอง โดยเฉพาะคนที่สนิทมาก เป็นเพื่อนรักกันมาก ตั้งแต่สมัยเรียนหนังสือ แต่เมื่อเราพูดเรื่องธุรกิจทีไร เขาเดินหนีทุกครั้งเรามีความรู้สึกว่าเขาไม่อยากฟัง ทำให้เราอึดอัดมาก จนไม่อยากคุยเรื่องธุรกิจ กับใครอีกเลย

……..คุณรู้มั๊ย..ว่าทำไมเขาไม่อยากฟัง ก็เพราะเราทำการตลาดแบบไล่ล่า ทำให้เขารู้สึกว่าเขากำลังถูกเป็นเหยื่อ ให้คุณลองนึกตอนที่คุณเดินเลือกซื้อของตามห้าง และมีพนักงานขายคอยติดตามคุณตลอดเวลา คุณจะรู้สึกอย่างไร คุณคงรู้สึกน่ารำคาญใช่มั๊ย..ถ้าไม่มีพนักงานขายคอยติดตามเราจะรู้สึกสบายใจกว่า เพราะธรรมชาติของคนไม่ชอบถูกขาย  ถ้าผมถามคุณ ถามว่ามีใครอยากเป็นเหยื่อบ้าง คำตอบของคุณ.. คงไม่มีใคร ใช่ไหมครับ.. เพราะคนที่ตกเป็นเหยื่อจะรู้สึกถึงการสูญเสีย  แล้วความกลัวจะตามมาทันที

>>>เรียนรู็เพิ่มเติม..รับ E-B00k  ฟรี..คลิ๊กที่นี่..!!

Read the rest of this entry »

………ไม่ว่าคุณจะทำให้สถานะทางการเงินดีขึ้น หางานใหม่ หาทางให้เงินเดือนเพิ่ม หารายได้เพิ่มเป็นสองเท่า หรือจะเป็นเศรษฐี ล้วนเป็นสิ่งที่คุณต้องกระทำเพื่อชีวิตที่ดีขึ้น  และคุณมีความต้องการอย่างนั้นอย่างจริงจัง

……..อัตราและความเร็วของความสำเร็จเป็นสัดส่วนโดยตรง กับความรุนแรง และความสม่ำเสมอของความปรารถนาที่จะประสบความสำเร็จ สองคำนี้มีความหมายมาก ความรุนแรง และความสม่ำเสมอ  นโปเลียน กล่าวไว้ว่า  “สิ่งที่เราปรารถนาอย่างรุนแรง และสม่ำเสมอนั้น เราได้เสมอ”


……..มนุษย์ทั้งหลายในโลกนี้ ล้วนมีพลัง และมี่ความตั้งใจอย่างแน่วแน่  ทำให้พวกเขากระหายความสำเร็จยิ่งกว่าสิ่งใดในโลก มันกลายเป็นความลุ่มหลง และมุ่งมั่นฟันฝ่าอุปสรรค จนกระทั่งเขาได้บรรลุจุดมุ่งหมายได้

……..หลายคนล้มเหลวเมื่อพยามจะเป็นเศรษฐี  เพราะความเข้าใจว่าความปรารถนา กับความต้องการจริงจังเป็นสิ่งเดียวกัน

……ความปรารถนาเป็นสิ่งผู้คนนึกถึงมากกว่าการต้องการอย่างจริงจัง ปรารถนาให้ตัวเองเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ แต่ก็ไม่เคยได้… เพราะความปารถนานั้นอ่อนแอเกินไป เปลี่ยนแปลงง่าย และไม่มีพลังแต่อย่างใด เพราะไม่ได้ทำให้เกิดการกระทำใด ๆ   ที่เป็นรูปธรรม ไม่มีแรงพอที่จะกำจัดการผัดวันประกันพรุ่งได้

>>>ค้นหาสิ่งมหัศจรรย์ในตัวคุณ..คลิ๊กที่นี่..!!<<<

Read the rest of this entry »