โครงการสร้างผู้ประกอบการรุ่นใหม่ : Young Business Owner Projects

Young Business Owner Projects

.…..คุณเป็นคนหนึ่งที่โชคดี..ที่มีโอกาสได้อ่านบทความนี้ ซึ่งผมมีแนวคิดที่จะให้คุณได้เรียนรู้วิธีการสร้างรายได้ ที่ใช้เงินลงทุนน้อยที่สุด..ให้คุณลองอ่านแล้วพิจารณาว่ามีความเป็นไปได้หรือไม่..

.…..ย้อนกลับไปตั้งแต่คุณยังเป็นเด็ก..เมื่อคุณมีอายุตั้งแต่ 2.5 – 3 ปี  คุณเริ่มเรียนหนังสือแล้วใช่มั๊ยครับ  ตอนนั้นคุณเข้าเรียนชั้นอนุบาล  สำหรับบางคนที่พ่อแม่ยังไม่พร้อมอาจจะเข้าเรียนเมื่ออายุมากกว่า 3 ปี   สมัยตอนที่คุณกำลังเรียนหนังสือ คุณเคยคิดบ้างมั๊ย ว่าเรียนไปทำไม เรียนไปเพื่ออะไร เรียนแล้วได้อะไร หลายคนยังไม่ได้คิด ผมก็เช่นกัน  เพราะตอนที่เรียนกำลังเรียนหนังสือ ไม่มีวิชาที่สอนให้เรามีแนวคิด หรือปลูกฝัง ให้เรารู้จักในการนำความรู้ไปประกอบอาชีพเพื่อสร้างรายได้อย่างมั่นคง  ผู้เรียนส่วนใหญ่เรียนเพื่อให้ได้คะแนนดี ๆ  ความสำเร็จคือใบปริญญาเท่านั้น นักศึกษาส่วนใหญ่ที่จบออกมาต้องไปสมัครสอบเข้าทำงานในหน่วยงานต่าง ๆ  ต้องไปเป็นลูกจ้างกินเงินเดือน  เพราะไม่รู้จะไปทำอะไร หากไม่ทำงานก็ไม่มีรายได้..

.……คุณลองคิดอย่างนักลงทุน ตั้งแต่คุณเรียนหนังสือชั้นอนุบาล จนกระทั่งเรียนจบ ปริญญา คุณใช้เงินไปเท่าไร เมื่อจบออกมาแล้วคุณได้ทำงาน ได้รับเงินเดือนเท่าไร  คุณพอใจกับเงินเดือนที่คุณได้รับหรือไม่ คุ้มมั๊ยครับ…กับการลงทุนที่ต้องใช้เวลานานแสนนาน  ผมไตร่ตรองดูแล้วไม่คุ้มแน่นอน แต่เราไม่มีทางเลือก เพราะเราไม่ได้เกิดมาในตระกูลเศรษฐี   คงไม่แปลกที่ทุกวันนี้รายได้ไม่พอกับรายจ่าย  คิดอยากซื้ออะไรก็ต้องคิดแล้วคิดอีก  ก่อนซื้อตั้งสเป็กไว้สูง แต่เมื่อคิดจะซื้อจริง ๆ  ก็ต้องลดสเป็กลงมา เพราะมีเงินไม่พอ และต้องซื้อสินค้าด้วยเงินผ่อน  ถึงแม้ต้องจ่ายดอกเบี้ยก็ต้องยอม  เพราะถ้ารอให้มีเงินพร้อมก่อนแล้วค่อยซื้อ คงอีกนานใช่มั๊ยครับ..

.…..แล้วคุณจะปล่อยให้เหตุการณ์เป็นอย่างนี้ตลอดไปหรือ? คุณต้องคิดทำอะไรสักอย่างที่ทำให้ตัวเองหลุดพ้นจากสิ่งที่เป็นอยู่เพื่อครอบครัวและคนที่คุณรัก..หากคุณกำลังมีลูกคุณเคยถามตัวเองบ้างไหม..ว่า “คุณได้เตรียมอะไรให้ลูกคุณแล้วหรือยัง” เพราะเขาคือสิ่งที่คุณรักและถนอมมากที่สุด คุณคงไม่อยากให้เขาลำบากใช่มั๊ย..คุณเป็นคนสร้างเขามา เขาคือสิ่งมีค่าที่สุดสำหรับคุณ..

.…..เพราะฉะนั้นสิ่งหนึ่งที่จะแก้ปัญหาเหล่านี้ได้คือ “รายได้ พื้นฐานของความสุข..คุณต้องมีรายได้ก่อนเพราะรายได้ หรือ เงิน เป็นปัจจัยหลักในการดำรงชีวิต คำว่า “เงินคือพระเจ้า” คำนี้ใช้ตลอดกาล..

.…..และแล้วก็เวลาที่ผมจะเสนอโครงการสร้างรายได้ซะที เป็นโครงการ ที่ทุกคนสามารถทำได้ไม่จำกัดวุฒิการศึกษา ผู้พิการก็ทำได้  เพียงแค่คุณเปลี่ยนความคิด และลงมือเท่านี้ก็พอแล้ว

.>>>ค้นหาสิ่งมหัศจรรย์ในตัวคุณ..คลิ๊กที่นี่..!!!

Read the rest of this entry »

………ความเข้าใจเรื่องการตลาดแบบเครือข่าย กับขายตรงหลายคนยังเข้ายังเข้าคลุมเครือ ถ้ามองเรื่องการขายสินค้าเป็นการขายสินค้าโดยตรงกับผู้บริโภค แต่ไม่เหมือนกับการขายตรงอื่น ๆ  เช่น เครื่องสำอางบางยี่ห้อ เครื่องใช้ไฟฟ้า  เสื้อผ้า ที่นอนต่าง ๆ  พนักงานขายนิยมเดินขายตามบ้าน บางยี่ห้อให้ผ่อนรายวัน รายเดือน  ข้อแตกต่างที่เห็นได้ชัด ระหว่างระบบเครือข่าย MLM กับขายตรงธรรมดา คือ พนักงานขายของระบบขายตรงธรรมดานั้น เขาเป็นพนักงานที่ทำงานให้กับบริษัทแม่ พวกเขาไม่ได้เป็นนายของตัวเอง พวกเขาต้องรับคำสั่งของผู้จัดการหรือ นายจ้าง เหมือนกับพนักงานลูกจ้างกินเงินเดือนทั่วไป พวกเขาไม่มีสวัสดิการ และอาจถูกปลดออกจากงานได้ง่าย หากเขาหยุดงานบ่อย  หรือ ทำงานไม่ได้ตามเป้าหมายที่เจ้านายกำหนดไว้

.

…….การตลาดระบบเครือข่าย MLM จะตรงกันข้ามกับระบบขายตรงธรรมดา ผู้จำหน่ายที่อยู่ในระบบMLM จะไม่ใช่พนักงานขาย ที่ถูกบังคับหรือควบคุมโดยผู้จัดการของบริษัท เขาเป็นนายของตัวเอง จะทำเมื่อไหร่ก็ได้ มีอิสรภาพในการทำงาน  สามารถกำหนดเวลาการทำงานด้วยตัวเอง มีอิสรภาพในการตั้งเป้าหมายด้วยตัวคุณเอง  คุณอยากจะหาเงินให้มากหรือน้อย ตามใจชอบ ถ้าคุณต้องการหยุดพักผ่อนสักสามเดือน คุณก็สามารถทำได้ ธุรกิจของคุณก็ยังอยู่..เมื่อคุณพร้อมก็เริ่มต้นกันใหม่ไม่มีใครว่า

.

……..นอกจากนี้สินค้าหรือผลิตภัณฑ์ที่อยู่ในระบบเครือข่าย มีสินค้าหลากหลาย ผู้จำหน่ายสามารถเลือกสินค้าชนิดไหนจำหน่ายให้ผู้บริโภคก็ได้  ตามใจชอบ ดังนั้นจึงทำให้จำหน่ายสินค้าได้ง่ายขึ้น และเป็นสินค้าสำหรับคนทุกชั้นทุกอาชีพ  เสน่ห์อย่างหนึ่งของธุรกิจเครือข่าย ก็คือ การได้สัมผัสกับคนทุกระดับชั้น อย่างเป็นการส่วนตัว และการบริการที่หาไม่ได้ในจากร้านขายของทั่วไป สินค้าส่งตรงถึงบ้านพร้อมทั้งการแนะนำจากผู้จำหน่ายที่มีความเชี่ยวชาญในสินค้านั้น ๆ  และยังมีอีกอย่างที่ทำให้ผมประทับใจมากในธุรกิจเครือข่าย คือ นักธุรกิจ ที่อยู่ในระบบนี้มากจากหลากหลายอาชีพ แต่เมื่อมาทำธุรกิจเหมือนกันทุกคนจะช่วยเหลือเผื่อแผ่ซึ่งกันและกัน  ไม่ว่าวุฒิภาวะต่างกัน  ไม่ว่าฐานะต่างกัน  ทุกคนมีแต่ความจริงใจให้กันและกัน ซึ่งหายากในธุรกิจอื่น…

.

…….การทำธุรกิจระบบเครือข่าย ทำให้ลดค่าใช้จ่ายหลายอย่าง ผู้จำหน่ายส่วนมากทำงานที่บ้าน ตัดค่าเดินทาง ค่าน้ำมัน  ค่าใช้จ่ายเรื่องการตั้งสำนักงาน  หรือ ห้องแสดงสินค้า  ตลอดจนโกดังสต๊อกสินค้า  พวกเขาซื้อผลิตภัณฑ์จากโรงงานโดยตรง และขายถึงลูกค้าโดยตรงไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง หรือ ค้าส่ง ที่ต้องแบ่งกำไรของคุณไป

.

…….จุดเด่นอีกประการคือ ธุรกิจระบบเครือข่าย คือแฟรนไชน์ที่ไม่เสียค่าธรรมเนียมแฟรนไชน์ เมื่อเทียบกับธุรกิจ 7-11 ค่าแฟรนไชน์   1,500,000  บาท  การลงทุนต้องใช้เงิน ประมาณ 5 ล้าน บาท  ซึ่งแตกต่างกันมากกับธุรกิจเครือข่าย นี่คือความจริงบางอย่างเมื่อนำมาเปรียบเทียบกัน ธุรกิจเครือข่ายคุณเป็นเจ้าของธุรกิจคุณไม่ได้เป็นลูกจ้างใคร คุณเป็นเจ้านายของตัวเอง และคุณไม่ได้ทำงานคนเดียว คุณยังได้รับการช่วยเหลือจากอัพไลน์  จามทีมงานทีมงาน Business School ที่อบรมการทำธุรกิจให้ฟรี และยังมีบริษัทแม่ที่ให้การแนะนำในเรื่องต่าง ๆ  ปัญหาทุกอย่างได้รับการแก้ไข…

.

…….ในเรื่องผลตอบแทน หรือรางวัลที่คุณจะได้รับ จะเห็นว่ามากกว่า แฟรนไชน์ที่ประสบความสำเร็จ และพบว่าธุรกิจนี้ใช้เงินลงทุนในการทำธุรกิจน้อยมาก อย่างไม่น่าเชื่อเมื่อเทียบกับผลประโยชน์ที่ได้รับ

.

………สรุป ธุรกิจขายตรงธรรมดาเป็นธุรกิจ ระบบการทำงานแบบนายจ้างลูกจ้าง พนักงานกินเงินเดือนจากบริษัท ส่วนธุรกิจเครือข่าย MLM ระบบการทำงานไม่มีนายจ้างลูกจ้าง คุณเป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจกับบริษัทแม่ คุณเป็นเจ้าของธุรกิจ ข้อได้เปรียบของการตลาดแบบเครือข่าย คุณสามารถตั้งเป้าหมาย และกำหนดเวลาการทำงานเองได้ เป็นธุรกิจอิสระ รายได้ไม่มีขีดจำกัด…แล้วคุณหละมีความคิดเห็นอย่างไรในธุรกิจนี้…คำถาม..ทุกวันนี้คุณพอใจกับรายได้ที่เป็นอยู่หรือไม่ ถ้าเพียงพอแล้วคุณก็ไม่ต้องทำอะไร ขอให้คุณดูแลสุขภาพให้ดีอยู่เสมอ หากคุณไม่พอใจกับรายได้ที่เป็นอยู่ ผมขอให้คุณได้คิดสักนิด..ลองคิดเล่น ๆ ว่าอนาคตข้างหน้าคาดว่าจะอยู่ได้กี่ปี เอาเวลาที่เหลืออยู่มาวางแผนดูว่า ต้องการให้ชีวิตเป็นอย่างไร แล้วลองค้นหาดูว่าทำอย่างไรให้ได้สิ่งที่ต้องการ…หากสนใจที่จะทำธุรกิจเครือข่าย..รับข้อมูลเพิ่มเติม..ที่นี่..

.

>>>ค้นหาสิ่งมหัศจรรย์ในตัวเอง..คลิ๊ก..ที่นี่..!!!